Faolgleann Peadar Role

posted on 22 Apr 2014 22:58 by penfangunnaa in DGL directory Fiction

เขาอยู่ที่นี่มาหลายปี แต่ก็ยังเป็นคนนอก ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไรนัก จมอยู่กับกองหนังสือ และบันทึกที่จุดประกายและนำพาเขามาที่นี่ จนกระทั่งวันนั้นเริ่มใกล้เข้า...เทศกาลนั้น


หมู่บ้านเฟล-เกลเอนเป็นหมู่บ้านปิด แต่วันนี้มีคนเข้ามามากมาย แม้คึกคัก แต่ก็ดูเงียบเหงา

เขาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอยืนลำพัง ได้ยินเธอพูดเกี่ยวกับผี วันที่ไม่เงียบเหงาของเขาจึงเริ่มขึ้น…

เธอเป็นหญิงสาวผมสีทองสั้นประบ่า สวมชุดแปลกตา เขาเดินเข้าไปทักด้วยความสงสัย

“คุณเห็นผีเหรอครับ”

และ...ความสัมพันธ์ที่เริ่มถักทอสายแรกของเขาก็เริ่มต้นขึ้น



ยามบ่าย...หลังจากประกาศ


แสงแดดเริ่มโรยรา เขาเอาของใส่ตะกร้า แล้วเดินไปทางสุสาน หยุดยืนอยู่ตรงหลุมที่เคยช่วยใครสักคนขุด วางของลงแล้วนั่งห้อยขาลงมาในหลุม หยิบของมาวางบนตัก แล้วเริ่มตัวที่สอง...มือทำงานคล่องแคล่ว บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ ตลอดเวลา

“ยังมีอีกหลายตัวต้องทำ” เขาพึมพำแล้วเย็บให้เร็วขึ้น เท้าแกว่งไกว ปากฮัมเพลงที่พอจำได้บ้างเล็กน้อย

แสงแดดที่อ่อนแสงลงตามดวงอาทิตย์ที่เริ่มตกคล้อย เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า แววตาวูบไหว จากนั้นก้มทำงานในมืออีกเล็กน้อย...อีกนิด ขมวดปลายด้าย เก็บของใส่ตะกร้า แล้วลุกยืนมองหลุมนั่น

“ถึงคุณไม่บอก...ผมขอหลุมนี้เป็นส่วนตัวละกัน” เขาพูดลอยๆ แล้วถือตะกร้าเดินออกจากสุสาน


เดินออกจากบ้านเอียน มือกอดตะกร้าแน่นขึ้นเรื่อยตามการก้าวเดิน วันนี้...ไม่มีใครรอเขาที่บ้าน แม้เป็นเพียงสองสามวัน แต่มันคือความเคยชิน


เขาลาเกวนดาแล้วเดินต่อไป ห้าโมงแล้ว พระอาทิตย์ยิ่งคล้อยต่ำลง เขาหยุดมองท้องฟ้าแดงฉาน แล้วค่อยเดินกลับไปที่บ้าน

เดินเข้าบ้านตัวเอง วางตะกร้าไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปหยิบแรบบี้ที่วางไว้มากอด ไหล่กว้างสั่นเล็กน้อย ถอนหายใจยาว วางแรบบี้แล้วลง  เดินกลับมาที่โต๊ะ นั่งลงแล้วเริ่มงาน

“อันที่สามสินะ…”



ฟ้ากำลังจะมืดลง ฟ้าแดงฉานค่อยๆ อมม่วง

“ตะวันตกดินไปแล้ว…” เขาพึมพำ นั่งเหม่อจากในบ้าน ลุกขึ้นจุดเทียนแล้วทำงานต่อ

“เพียงแค่ไม่กี่วัน...บ้านหลังนี้ดูเหงาขึ้นเยอะเลย ทั้งๆ ที่ผมก็อยู่คนเดียวมาตั้งนาน” ละสายตาจากหน้าบันทึก มองตุ๊กตาแมวที่มีชื่อว่าแรบบี้วางอยู่ไม่ไกล

“จะห้าทุ่มแล้ว…” เขาก้มมองงานในมือ ตาฉ่ำเพราะแอลกอฮอล์

“ต้องทำให้เสร็จ” มือเริ่มขยับเพื่อเย็บตัวที่สี่

แม้อยากทำให้เสร็จ แต่ร่างกายสู้ความเครียดที่เผชิญมาทั้งวันไม่ไหว เขาค่อยๆ ฟุบลงกับโต๊ะ ข้างๆ มีสมุดบันทึกที่เปิดค้าง พร้อมลายมือหวัดแกมบรรจง


บันทึกวันเริ่มเทศกาล



อีกไม่นานก็จะเที่ยงคืนแล้ว แต่ร่างที่ฟุบกับโต๊ะยังไม่ขยับ เปลวเทียนวูบไหวไปตามสายลมที่พัดเข้ามา วูบหนึ่งที่ลมพัด ห้องทั้งห้องก็มืดสนิท


เช้ามาเขาตื่นด้วยความงัวเงีย ตื่นมาเพื่อรับรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิต...อีกหนึ่งวัน ที่แลกไปกับชีวิตของผู้อื่นที่ต้องจากไป เดินตรงไปยังลานหมู่บ้าน ไปเพื่อฟัง...เพื่อเจ็บเจียนตาย

เทศกาลนี้สอนให้เขารู้ว่า...ชีวิตคนเรามันก็ผักปลาดีๆ นี่เอง


ชื่อที่ได้ยินทำให้เข่าทรุด บทสนทนาเมื่อวานดังก้องอยู่ในหัว


บางที...เราอาจเป็นตัวนำความโชคร้ายก็ได้


เขาเดินกลับบ้าน ขังตัวเองอยู่กับกองงาน และบันทึก เขียนสิ่งที่เขารู้สึก เย็บสิ่งที่เขาตั้งใจทำ เมื่อใกล้เที่ยง...ที่ต้องออกไปเพื่อออกเสียง เลือกคนที่จะเผา ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว


หากต้องจากไปโดยไม่มีอะไรทิ้งไว้…


เขาตรงไปหามาร์เซลีน แต่เจอเธอกลางทาง ขอความช่วยเหลือจากเธอให้ตัดผมให้เขา ทั้งสองกลับมาบ้านที่เขา ซึ่งอยู่ใกล้กว่า เธอถักเปียให้ก่อนตัดพลางถามหาสาเหตุ

เขาบอกเธอว่าต้องการทิ้งเป็นของดูต่างหน้า...ให้เหลืออะไรสักอย่าง ถ้าเขาไม่รอดจากเทศกาลนี้

แต่สิ่งที่อยู่ในใจนั้น...เขากลัวเหลือเกินที่จะไม่มีใครจดจำเขา กลัวเหลือเกินที่คืนหนึ่งหมาป่าจะเข้ามา และเขาต้องจากไปโดยไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้เลย


เขาจากบ้าน จากครอบครัวที่เหมือนไม่ใช่ ความสัมพันธ์ที่เขาโหยหา แต่ขยาดที่ต้องสร้างหากวันหนึ่งต้องสูญเสีย เขามุ่งตรงสู่หมู่บ้านที่แสนสงบ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายลึกลับ เขาไม่กลัวคำสาป เพราะคิดว่าตัวเองตัวคนเดียว พ่อแม่ พี่ชายพี่สาว และหลานๆ ของเขา…พวกเขาล้วนไม่แลกเปลี่ยนข่าวสารกัน จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะจากไปนิจนิรันดร์

ไม่มีความผูกพันในสายเลือด หรือสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว กระทั่ง…


ชีวิตเขาได้ริ่มต้นในหมู่บ้านเฟล-เกลเอน


รอบลานตอนเที่ยง เต็มไปด้วยผู้ได้รับตราสาปที่ยังมีชีวิต จาก 23 เหลือ 21…

แต่ละคนได้แผ่นไม้ซึ่งมีชื่อของตัวเองตอนเช้า เพื่อเขียนชื่อใครสักคน...หรือตัวเองลงไป

เขาไม่รู้จะเขียนใคร จึงเลือกชื่อใครสักคนที่ไม่คุ้น...ใครสักคนที่เขายังไม่รู้จักดีพอ

ใครสักคน...ที่สายสัมพันธ์ยังไม่ถักทอ


เขานั่งลงเมื่อประกาศผลโหวต สองคนที่ได้คะแนนเสมอกัน เขามั่นใจว่าหนึ่งในนั้นไม่ใช่ ความมั่นใจที่ไม่รู้มาจากไหน ยามผู้นำสารให้ลงคะแนนเสียงอีกครั้ง เขาก็ยังนั่งนิ่ง รอเวลาช่วงนั้นให้ผ่านไป

เขาไม่ได้ใจดี เขาไม่ได้โหดเหี้ยม แต่เขาอ่อนแอและหวาดกลัว

การเขียนชื่อใครสักคนลงไปไม่ใช่เรื่องง่าย...ในเมื่อเขาเองไม่พร้อมจะตาย...ด้วยมือตัวเอง

รอบสองผลยังเหมือนเดิม กระทั่งรอบสาม “คิลเลียน” คนนอกที่เข้ามาในหมู่บ้านช่วงใกล้เทศกาลพอดีคือผู้โดนโหวตมากสุด

เขาลุกขึ้น เดินแยกไป ตรงไปยังบ้านของใครสักคน เจ้าของบ้านที่เขายังไม่เห็นในเช้านี้และเที่ยงนี้...บ้านอลาสแดร์

เขาเดินกลับมา ออกจากบ้านผ่านลานหมู่บ้าน เขาเห็นชายคนหนึ่ง...ที่เขาเคยช่วยขนอุปกรณ์วาดรูปนั่งอยู่ตรงนั้น เขาเดินเข้าไปถาม หวังให้สิ่งที่ได้ยินไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด แต่เปล่าเลย

เกลบอกเขาว่า คิลเลียน ยิงตัวตาย...และคืนนี้หมาป่าจะล่าได้สองคน

เขาตระหนักในทันทีว่า จะรอช้าไม่ได้แล้ว

เขาบอกเกลว่าอลาสแดร์กลายเป็นหิน มันคงเป็นเรื่องน่ายินดีที่คืนนี้เธอจะปลอดภัย แต่คงไม่ยุติธรรมกับเธอ เมื่อคำสาปหินนั้นจางหาย...และรับรู้ความสูญเสียถึงสี่ในพรุ่งนี้


เขาเดินจากลานหมู่บ้านกลับบ้าน จิตใจล่องลอย คืนนี้...น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคืนแรก เขานั่งแหมะบนเก้าอี้บุนวมริมหน้าต่าง ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง แม้เที่ยงวันก็ยังไม่มี ไม่ใช่ไม่หิว แต่จิตใจไม่ยอมรับ...ซุปไหม้ๆ ที่บ้านอลาสแดร์ตอนบ่ายเพียงไม่กี่คำเท่านั้นที่ตกถึงท้อง เขาหลับตาลง

ร่างที่นั่งนิ่งอยู่ในบ้านค่อยๆ ลุกขึ้น เดินเข้าครัวเพื่อหาอะไรลงท้อง แล้วกลับมานั่งหน้าตะกร้าใบเดิม จำนวนผ้าน้อยลง แต่มีสิ่งอื่นเพิ่มขึ้น

“อย่างน้อยก็ไม่ต้องทำหนึ่งตัว” เขาพูดเบาๆ แล้วเริ่มงาน

ฟ้าใกล้มืดเข้าทุกที เขาหยุดงานที่ทำ เงยหน้าขึ้นพักสายตา หลับตาชั่วครู่แล้วจึงหันไปเขียนบันทึก


แด่ กีร์เน่


เวลาผ่านไปไว ผ่านไปพร้อมกับพรากลมหายใจของใครหลายคน เขายังเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้าไม่อยู่ที่้บ้าน ก็อยู่ริมแม่น้ำ

สายน้ำหนึ่งสายที่ยังคงไหลเอื่อย หล่อเลี้ยงหมู่บ้านเฟล-เกลเอนในยามเทศกาลคร่าชีวิต

สายน้ำที่เขาหวังว่าจะช่วยทำให้จิตใจสงบลง

มันช่วยได้...ช่วยได้แม้เพียงนิด ยามลืมตาขึ้นมา จิตใจเขาก็ยังคงว้าวุ่นและสับสน


ความกลัวที่กัดกินใจ ความโศกเศร้าของผู้คนร่วมชะตา ค่อยๆ ซึมลึก และกลายเป็นด้านชา เขาแค่หวังว่าใครคนนั้นที่เขาส่งออกไปจะไม่โดนเรียกกลับมา ขอแค่เท่านั้นก็พอ



พระเจ้าอาจเห็นใจคนโดดเดี่ยวอย่างเขา แต่ไม่ได้ปรานี เทศกาลจบแล้ว อลาสแดร์ยังคงมีชีวิต...แต่ไร้จิตวิญญาณ กลายเป็นใครอีกคน และออกจากหมู่บ้านไป

เขาจะเสียใจไหม คนนั้นจะเจ็บปวดไหม


เขาได้มองข้ามตัวเองไปแล้ว ไม่สนแล้วว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างไร แต่การจากไปของอลาสแดร์คงไม่เท่าการจากไปของ “เฟาลาน”


...ใช่ เขายอมทำให้ แม้ใจไม่อยาก แต่เพราะ “เฟาลาน” ขอ เขาก็พร้อจะทำ ไม่ใช่เพราะรัก ห่วงหา พิศวาส แต่เพราะความสัมพันธ์ได้ถักทอแล้ว ความสัมพันธ์ที่เขาจะยึดมั่นไว้กับตัว


และโดนตัดโดย “เฟาลาน”



ไหนสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกัน ไหนสัญญาว่าจะช่วยทำสวน ไหนสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันถึงสิบปี



ในวันที่อลาสแดร์จากไป วันเดียวกับที่เฟาลานได้เข้ามาในหมู่บ้าน และวันเดียวกับ...เฟาลานได้กลายเป็นอีกคนหนึ่ง และจากไป

เขาได้แต่มองส่ง ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ย หรือซักถาม แผ่นหลังนั้นก็ลับหายไปจากสายตา


“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”



------------------------



สมุดบันทึกเล่มหนึ่งดึงดูดให้เขาหลงใหล หากเขาดั้นด้นมายังที่แห่งนี้ เขาจะได้สัมผัสอย่างที่เจ้าของบันทึกคนนี้ได้เจอหรือเปล่า ชีวิตเขามันว่างเปล่าเกินไป เปล่าเปลี่ยวเกินไป และ...ไร้ซึ่งคนรอคอย


ชีน คอนวอล…


ใครสักคนที่เป็นญาติ เขาไม่รู้ว่าเป็นทวด ปู่ ตา หรืออะไร เขาแค่รู้ว่าได้มันมา...เจอมันในกองหนังสือ สมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยกระดาษจดหมายจ่าถึงใครอีกสักคนนามสกุลเดียวกัน


บอกเล่าถึง เฟล-เกลเอน …ความอุดมสมบูรณ์ ความล้าสมัย และ...เทศกาลที่น่าสะพรึง


edit @ 22 Apr 2014 23:38:29 by it's hard to describe

Tags: dgl 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet