[EINT] Prologue

posted on 20 Aug 2014 21:43 by penfangunnaa in Intersomnia directory Fiction
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 

“ทำงานเป็นไปไงบ้างล่ะ”

วลักษ์ชะงักมือที่กำลังคนข้าวต้ม หันไปมองคนที่เดินเข้ามาในห้องครัวบ้าน แม้ปากจะไม่ได้ยิ้ม แต่ดวงตาก็เปล่งประกาย

“ดี... สงบดีเหมือนทุกวัน”

มีเสียงหัวเราะดังตอบกลับมา เจ้าของคำถามเมื่อครู่ตักข้าวต้มแล้วมานั่งกินที่โต๊ะ มือหนาขยับคล่องแคล่วปรุงรสชาติข้าวต้มให้เผ็ดเปรี้ยวตามที่ชอบ

“พูดเหมือนเคยเจอสงครามมาก่อน” เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมอง ยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้านิ่งๆ ของน้องสาว แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร “พี่คิดว่าเราชอบซะอีก เลยทำงานที่นี่ พี่ชวนไปทำด้วยกันก็ไม่ไป”

วรัตน์ขำเบาๆ เหลือบมองน้องแล้วกินข้าวต้มในถ้วย น้องสาวของเขาไม่ชอบคนพลุกพล่าน ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ครั้งแรกที่รู้ว่าเจ้าตัวไปฝึกงานที่บริษัท Gyre.Inc ซึ่งต้องขายอุปกรณ์ลดน้ำหนัก และแพ็กเกจฟิตเนส เขาแปลกใจมาก และยิ่งแปลกใจที่วลักษ์ทำยอดขายถึงเป้า...แม้จะเป็นเป้าเกณฑ์ต่ำก็ตาม

“พี่...”

วรัตน์ชะงักความคิดที่กำลังวิ่งแล่นอยู่ในหัว เงยหน้าขึ้นมองพร้อมเลิกคิ้ว

“เกมออนไลน์นี่ดีไหม”

เขาเกือบทำช้อนข้าวต้มหลุดมือและอ้าปากค้างเสียแล้ว วรัตน์หัวเราะเสียงดังลั่นห้องครัว ดังเสียจนผู้เป็นพ่อเข้ามาในห้องครัวด้วยความแปลกใจ

“วันนี้มีเรื่องอะไรน่ายินดีเหรอ เจ้าลูกชายถึงหัวเราะลั่นครัว” ชายสูงวัยผมสีดอกเลาเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้ามีรอยยิ้มแจ่มใส ตามชายเสื้อและกางเกงมีคราบดินประปราย

“น้องถามว่าเกมออนไลน์ดีไหมน่ะพ่อ” วรัตน์หันไปบอกเสียงขลุกขลักเพราะกลั้นหัวเราะ

“ไอ้ที่ป้าสุข้างบ้านแกมาเสนอแม่หรือเปล่า” พ่อเดินตรงไปที่อ่างล้างจาน ล้างคราบดินออกแล้วตักข้าวต้มมานั่งกินด้วย

“แม่...แม่บอกว่าป้าสุเอามาให้ดู แต่แม่แก่แล้วเลยจะให้รักเล่นน่ะ” วลักษ์พยักหน้า คนข้าวต้มแล้วเล่าต่อ “รักเห็นชื่อบริษัทแล้ว...คุ้นๆ พอไปทำงานก็นึกออกว่าบริษัทเดียวกับที่รักทำงาน”

วลักษ์เงียบไป ขณะเดียวกันวรัตน์ก็รอให้น้องสาวเล่าจนจบ

“เห็นป้าสุบอกว่าได้ค่าขนมด้วยนะ แม่เลยไปขอมาน่ะ เห็นว่าจะหาบ้าง” พ่อพูดแทรกขึ้น วรัตน์หันขวับไปมองพ่อ คิ้วเข้มบนใบหน้าชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน

“ป้าสุแกยอมเหรอครับ เค็มขนาดนั้น”

“แม่แกไปบอกว่า จะช่วยหาให้แลกกับค่าขนมนิดหน่อยน่ะ นี่ก็คงไปอยู่กับป้าสุละมั้ง”

วลักษ์คนข้าวต้มเงียบๆ ฟังพ่อกับพี่ชายคุย ทั้งคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นสัปดาห์ก่อนที่กลับมาบ้าน

-----------

บ้านหลังเล็กตรงชานเมืองแฝงตัวอยู่ในสวนเขียวๆ ของผู้เป็นพ่อ ซึ่งใช้เวลาหลังเกษียณไปกับการดูแลสวนและขายต้นไม้นิดหน่อยถ้ามีคนมาขอซื้อ

เจ้าของร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในบ้านที่มีเสียงโทรทัศน์ดังอยู่เนืองๆ เธอผินหน้าไปมองยังห้องนั่งเล่น เห็นพ่อและแม่นั่งดูละครหลังข่าวด้วยกัน

“ฉลอง...?” วลักษ์ขมวดคิ้วมองหน้านักแสดงที่คุ้นเคย “เพลงรักผาปืนแตก...?” พอเห็นชื่อเรื่อง เธอก็เดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อขึ้นไปที่ห้อง

เสียงประตูและเสียงเดินทำให้คนที่ประสิทธิภาพการรับฟังแปรผกผันกับอายุนั่นหันมามอง หรี่ตามองหลังลูกสาวที่หายไปจากสายตา

 

วลักษ์ที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว กำลังเช็ดหัวในขณะที่ประตูห้องเปิดเข้ามา หญิงวัยกลางคนตัวเล็ก ท้วม ผมสีดำซอยสั้นเดินตรงมาหาลูกสาว นั่งลงข้างๆ เอ่ยเสียงเรื่อยๆ

“รัก เดี๋ยวแกไปกรอกเอกสารนี่ให้แม่นะ ป้าสุแกหาคนอยู่ เห็นว่าแค่เล่นเกมน่ะ แม่ไม่อยากรบกวนตารัตน์ พี่แกน่ะงานยุ่ง เอ้า เอาไปกรอกนะ แล้วพรุ่งนี้มาให้แม่ด้วย”

มือเล็กๆ ที่ผิวหนังย่นไปตามวัยวางเอกสารลงบนตักลูกสาว วลักษ์ก้มมอง

“แต่รักไม่เคยเล่นเกม”

“ก็เล่นซะสิ แกจะให้พี่แกไปเล่นเหรอ พี่แกเหนื่อยและยุ่งจะตาย งานก็หนัก แกนั่นแหละเล่น พรุ่งนี้กรอกเสร็จเอามาให้ด้วยนะ”

วลักษ์ไม่ได้เอ่ยอะไร และคนเป็นแม่ก็ไม่เอ่ยอะไรเพิ่มเติม ร่างเล็กท้วมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปแทบจะทันทีที่พูดจบ หญิงสาวก้มมองเอกสารบนตัก ขมวดคิ้วมองชื่อที่จ่าหัวแล้วรู้สึกคุ้นพิกล

...พรุ่งนี้กลับหอพักเลยดีกว่า...

วลักษ์เก็บเอกสารสมัครนั้นใส่กระเป๋า ตั้งใจจะหลบกลับหอพักบริษัท ทั้งที่ทุกวันศุกร์เธอจะกลับบ้านและกลับห้องพักในวันจันทร์

-----------

“รัก เอาเอกสารนี่ไปส่งฝ่ายการตลาดที”

วลักษ์ลุกไปอุ้มเอกสารแนบอก เดินเรื่อยๆ ไปยังแผนกการตลาด ผ่านแผ่นป้ายประกาศที่แปะติดไว้ที่บอร์ดข่าวของบริษัทในชั้นชั้นหนึ่ง เธออ่านโน้ตบนกองเอกสารที่ถือมาอีกที แล้วเดินไปวางไว้ที่โต๊ะเจ้าตัว

ระหว่างเดินกลับมาที่แผนก สายตาก็เหลือบไปเห็นแผ่นประกาศนั้น แผ่นที่มีข้อความคล้ายคลึงกับเอกเอกสารที่แม่ให้มากรอก

“...ไก...เออร์...?” เธอทวนแล้ว “ของที่นี่....เหรอ” วลักษ์อ่านป้ายประกาศนั่นอีกที เอียงหน้ามองมันเหมือนกำลังถอดรหัสอะไรสักอย่าง

-----------

วลักษ์กลับบ้านในเย็นวันศุกร์ เอกสารใบสมัครยังนอนนิ่งในกระเป๋า ตอนนี้เธอรู้ว่าเป็นโครงการสักอย่างของบริษัท นายหน้าได้เงิน คนสมัครมีรายได้...เสริม? แล้วแม่จะเอารายได้เสริมตรงนั้นไปด้วยหรือเปล่า วลักษ์ส่ายหน้า แล้วเริ่มจัดการตัวเองก่อนเข้านอน แต่วันนี้พิเศษกว่าหน่อย เมื่อเปิดคอมมาเพื่อเล่นทวิตเตอร์

“อืม ใช้ยังไงนะ รอเมลยืนยัน อืม...ตรงนี้ ยืนยันแล้ว ต้องแอดใครไหมนะ” ดวงตาหลังแว่นมีแต่ความงุนงง “ไว้ไปถามพี่ๆ ที่ทำงานละกัน เฮ้อ...” เธอปิดคอมพิวเตอร์แล้วลุกไปที่กระเป๋า เอาเอกสารที่แม่ยัดเยียดไปนอนดูบนเตียงที่เต็มไปด้วยตุ๊กตา

ร่างผอมโปร่งเอนลงกับเตียง มือข้างหนึ่งคว้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เกือบครึ่งตัวเธอมากอด อีกข้างเปิดใบสมัครนั้นอ่านรายละเอียดดีๆ อย่างน้อยเธอก็อยากมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบอะไรจริงๆ...

“อืม... แค่เล่นเกม... หืม? รายได้ของผู้เข้าร่วมวิจัย” วลักษ์เหมือนบรรลุอะไรสักอย่าง พยักหน้ากับตัวเองแล้ววางเอกสารไว้ที่หัวเตียง ซึ่งมีกองหนังสือการ์ตูนมากมาย “ไว้แม่ทวงค่อยเขียนละกัน...”

ทั้งกังวล ทั้งอยากดื้อ แต่สุดท้าย... แต่สุดท้ายก็ต้องทำอยู่ดี

มันเริ่มจากอะไร ทำไมต้องทำตาม ทำไมต้องเชื่อ

ไม่เคยรู้ ไม่เคยได้เหตุผล

ระแวง...? คงใช่ แต่ในหัวก็เหมือนมีคำสั่งให้ทำตาม

วลักษ์หลับตาลง ปล่อยความคิดวนเวียนในหัวอยู่นานเท่าสติที่ดำดิ่งหลับใหล

-----------

โทรทัศน์กำลังฉายรายการตลกในบ่ายวันอาทิตย์ วลักษ์เดินไปนั่งข้างพี่ชายที่นั่งอยู่ก่อนแล้วบนโซฟา หยิบหมอนอิงมากอด สายตามองภาพในจอแก้วกล่องสี่เหลี่ยม

“พี่รัตน์ เกมมันสนุกไหม”

วรัตน์ละสายตาหันมามองน้องสาว เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าแม่ให้ลูกสาวทำอะไร ใบหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนาวางบนศีรษะน้องแล้วจับโยกเบาๆ

“สนุกดี ได้เพื่อนด้วยนะ รักเล่นแล้วจะได้เพื่อนเยอะๆ พี่ว่าดี” เขาแนะนำ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เล่น ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ยามนึกถึงสมัยเด็กวัยรุ่นที่ซื้อบัตรเกมไปเติมเงิน สุ่มของมากมาย ไหนจะนัดเพื่อนฝูงลงดัน หัวหดก้นขวิดจนพ่อต้องตามไปถึงร้านเกมยังมี

วลักษ์หันไปมองพี่ชายที่หัวเราะ เลิกคิ้วด้วยความสงสัย และรอว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรอีก

“อืม... สมัครไปก่อนละกัน แล้วถ้าเล่นไม่ได้ สงสัยตรงไหนก็มาถามพี่ดีไหม” เขาขยี้ผมซอยสั้นนั้นให้ยุ่งกว่าเก่า ยิ้มขำกับใบหน้ายุ่งเล็กน้อยของน้องสาว จากนั้นก็ใช้มือตัวเองสางหยาบๆ ให้เกือบจะเป็นทรงเดิม

“งั้นรักไปกรอกให้แม่ก่อน เดี๋ยวมี...” ยังไม่ทันขาดคำ เสียงเรียกชื่อเธอก็ดังมาแต่ไกล วลักษ์หันกลับไปมองโถงทางเดินเล็กๆ ของบ้าน หญิงสาวถอนหายใจยาว ลุกเดินไปหาแบบเฉื่อยๆ

 

ยามอยู่เบื้องหน้าหญิงร่างท้วม ผมสีดอกดำซอยสั้นเป็นทรง แม่สูงเพียงคอของวลักษ์ แต่เธอกลับรู้สึกราวเป็นเด็กน้อยวัยเตาะแตะทุกครั้ง เสียงบ่นดังลอดหูซ้าย แวะพักกลางทาง ถ่ายเทข้อมูลที่ต้องจำจริงๆ แล้วหอบเอาส่วนที่เหลือออกไปหูขวา ดวงตาหลุบมองต่ำกว่าใบหน้าแม่ บางทีก็ปลายผม บางทีก็คอ

วลักษ์พยักหน้านิ่งๆ ยามฟังคำสั่ง แม่ทวงใบสมัคร แน่สิ...กี่สัปดาห์ผ่านมาแล้วนะ แค่สัปดาห์เดียวเอง

-----------

ใบสมัครที่กรอกเสร็จแล้วอยู่ในซองปิดผนึกอย่างดี วลักษ์วางมันไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน และค้างที่หอพักจนกระทั่งวันศุกร์อย่างเคย

เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าที่กรอกสมัครไปไม่ใช่เพราะแม่ หรือคำสั่งที่โดนย้ำมาเมื่อวาน แต่เพราะพี่ชาย...

ทั้งที่บอกอย่างนั้น แต่อีกใจก็ค้านตลอด วลักษ์ส่ายหน้าหวังสลัดความคิดปวดหัวนี้ออกไป

รถเมล์มาแล้ว เบียดเสียดไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบไปทำงาน แต่ถ้าช้ากว่านี้ ต่อให้ได้ขึ้นรถไฟฟ้าทันที เธอก็ไม่น่าทัน วลักษ์ต่อแถวเบียดเสียดขึ้นไปยืน หัวโงนเงนไปตามแรงกระชากของรถ ทั้งเบรก ทั้งออกตัว เบียดซ้ายแซงขวา แม้ไม่ชอบใจ แต่ก็ต้องบอกว่ามันทำให้เธอไปทำงานทันในเช้าวันเร่งรีบแบบนี้

...แล้วยังช่วยสลัดความคิดหมกมุ่นออกไปยามคนขับรถเมล์เหยียบเบรกมิด...

 

เฉียดฉิว... แม้จะอยากถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ แต่วลักษ์ก็ผ่อนลมหายใจเบาๆ เริ่มคิดว่าควรจะกลับหอพักในวันอาทิตย์เลยน่าจะดี เธอก้าวยาวๆ ไปที่แผนก วางของลงแล้วมองเอกสารที่ต้องพิมพ์ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นชั่วแวบ

...งานไหนไม่ต้องพูดเยอะ นั่นแหละดี...

เช้านี้เหมือนเงียบ แต่ก็ยุ่งหัวปั่น ไม่สิ...นิ้วรัวคีย์บอร์ดไม่หยุด สลับกับเดินส่งเอกสารช่วยแผนกอื่นไปทั้งวัน วางเอกสารบนโต๊ะ ยื่นเอกสารให้เซ็น ไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ต้องยิ้มจนปากกว้าง วลักษ์พอใจแบบนี้

กระทั่งเดินผ่านป้ายประกาศในบริษัท หัวข้อที่ไม่ต่างกับที่ได้รับรู้ วลักษ์ขมวดคิ้วยืนอ่าน ตอนนั้นก็ลืมไป สะกิดใจแค่ชื่อบริษัท ถ้าปิดป้ายบนบอร์ดแบบนี้ก็มีโอกาสเจอคนในบริษัท

...เล่นเกมกับหน้าจอคอมคงไม่เป็นไรมั้ง...

ตกเย็นวลักษ์โทร. ไปปรึกษาพี่ชายอีกครั้ง ถึงจะกรอกใบสมัครวางทิ้งไว้ให้แม่แล้ว แต่เธอก็ไม่มีความมั่นใจสักนิด ทำอย่างที่เคยทำ แต่เสียงพี่ชายที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ ทั้งโน้มน้าว ทั้งปลอบประโลม วลักษ์เผลอพยักหน้ารับคำเหมือนคุยกันต่อหน้า ทั้งที่ปลายสายไม่มีโอกาสเห็น ความลังเลใจปลิวหาย แต่ก้อนในอกยังถูกกดทับ

วลักษ์ไม่มั่นใจเลย

-----------

เย็นวันหนึ่งเธอไปที่แผนกขายเพื่อเจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่มักคุ้น และอยู่หอพักบริษัทเหมือนกัน ตุ๊กตาหมีสูงแค่ศอกขนาดพอดีตัวซ่อนอยู่ด้านหลัง วลักษ์ด้อมๆ มองๆ จนเห็นเป้าหมาย

วลักษ์เดินไปยืนตรงหน้าชายหนุ่ม เอาตุ๊กตาหมีบังหน้า ในขณะที่อีกฝ่ายยืนนิ่ง... หญิงสาวขยับตุ๊กตาหมี ดวงตาหลังแว่นของชายหนุ่มก็กลอกตามการเคลื่อนไหว พอเธอบอกว่าให้เปล่า อีกคนกลับไม่แน่ใจ กระทั่งยื่นตุ๊กตาหมีให้ วลักษ์ก็ยังได้รับสายตาเคลือบแคลงกลับมา

 “ไปกินข้าวกับรักก็พอ ตอนลิกงานก่อนกลับหอพักน่ะ”

“แค่นั้น?” เขาชี้ตัวเองสลับกับตุ๊กตาหมี “แลกกับเจ้านี่? รู้มั้ยว่าของให้แล้วห้ามรับคืน” เขาอึ้งไปชั่วแวบ เอ่ยถามพร้อมทั้งคว้าตุ๊กตาหมีมาถือ

“พี่ครามต้องไปกินข้าวเย็นกับรักบ้างนะ... บางวันที่พี่ว่าง พี่ครามเอาคุณหมีไปแล้ว”

มอครามเงียบไป ถอนหายใจแล้วขยี้ผมรุ่นน้องอย่างเอ็นดู “ทีหลังแค่บอกว่าไปกินข้าวด้วยกันหน่อยนะครับ”

“เดี๋ยวสาวๆ แผนกอื่นก็มาชวนพี่ครามไป” เธอก้มหัวนิดๆ เพราะโดนขยี้หัว

“พี่เห็นแต่หนุ่มออฟฟิศอ้วนล่ำดำถึกลากไปก๊งนะครับน้อง” มอครามตบปุๆ ที่ศีรษะวลักษ์ส่งท้าย “ไว้เเถมพาไปตัดเเว่นใหม่ให้ด้วยมั้ย”

“อันนี้ดีแล้ว ยังไม่พังเลยพี่คราม ถ้าพังแล้วจะมาหานะ”

“ร้านที่พี่รู้จักมีกรอบน่ารักๆ แบบไม่แพงเยอะครับ เชื่อมือได้เลย” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ

“ของน่ารักๆ ไม่เหมาะกับรักหรอกพี่คราม”

“น้องคิดว่าหน้าแบบพี่เหมาะมั้ยล่ะครับ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่ง “ประเด็นอยู่ที่น้องชอบของน่ารักมั้ยตะหาก”

“รักษ์ชอบของที่ใช้ประโยชน์ได้” เธอตอบซื่อๆ

“ความน่ารักก็ใช้ประโยชน์ได้นะ...“ มอครามแย้งด้วยความมั่นใจ

บทสนทนาเรื่องของน่ารักๆ ยังดำเนินต่อไปและเลยไปถึงเรื่องที่มีคนมาขอทำเรื่องเบิกเงินเดือนล่วงหน้า แล้วหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวจึงออกไปกินข้าว บทสนทนาบนโต๊ะอาหารคือร้านขนมหวานที่จะแวะกันหลังจากนี้ วลักษ์เงียบไปพักก็ถามขึ้น

“พี่คราม...สมัครไอ้นั่นปะ”

“หือ? ไอ้นั่น?” มอครามที่ดูดโค้กอยู่เลิกคิ้วถามกลับ

“ช่างมันเถอะพี่คราม” เธอโบกมือ แล้วกลืนข้าว ดื่มน้ำตาม

-----------

ใช่...วันนั้นเธอทำอย่างนั้น ไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก กระทั่งวันหนึ่งมีโทรศัพท์เรียกไปสัมภาษณ์

วลักษ์มองพัดลมตั้งพื้นที่ได้มา ความกังวลก็เริ่มก่อตัว

-----------

ปล. ขอบคุณพี่ครามของน้องรัก (?) ที่มาเป็นแขกรับเชิญนะคะ 

Comment

Comment:

Tweet

350 คะแนน

#1 By Exteen Intersomnia on 2014-09-06 23:28